เนื้อหา

น้ำพลังแม่เหล็ก

น้ำพลังแม่เหล็ก

                 ถ้านำน้ำมาผ่านสนามแม่เหล็ก (Magnetic Field) ซึ่งพลังงานแม่เหล็กจะทำให้โครงสร้าง (Structure) ทางกายภาพของน้ำ เกิดจากการเปลี่ยนแปลง แต่คุณสมบัติทางเคมีของน้ำไม่มีเปลี่ยน โมเลกุลยังคงเป็นไฮโดรเจน (Hydrogen) 2 อะตอมกับออกซิเจน (Oxygen) 1 อะตอมเหมือนเดิม แต่เกิดการจับกลุ่มที่มีโครงสร้างจำนวนโมเลกุลน้ำ (H2O) น้อยลงที่เคยเกาะเป็นกลุ่มละ 14 โมเลกุล เช่นน้ำประปา จะลดลงมาเหลือเพียง 6 โมเลกุลต่อ 1 กลุ่ม ซึ่งเราเรียกน้ำที่มีกลุ่มขนาดเล็กกะทัดรัดนี้ว่า Micro cluster Water (น้ำกลุ่มเล็ก) นักวิทยาศาสตร์แต่ละสถาบันก็เรียกชื่อกันไปต่างๆขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่ใช้สร้างเช่น Structured Water, Hexagonal Water, Clustered Water, Nanoclustered Water, Lonized Water, Altered Water, etc

   

                เมื่อโมเลกุลของน้ำจัดเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ ทำให้มันผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ทั้งเข้าไปและออกมาตามอวัยวะต่างๆของมนุษย์และสัตว์ รวมทั้งผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ของพืชได้ง่าย สามารถพาสารอาหารรวมทั้งออกซิเจนเข้าไปในเซลล์ และนำเอาสารพิษกับของเสียจากการกระบวนหารเผ่าผลาญออกมาจากเซลล์ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ทำให้เซลล์ไม่เสื่อมคุณสภาพและชะลอความแก่ของเซลล์

แรงตึงผิวลดลง(Less Surface Tenion)

                การที่โมเลกุลของน้ำจับตัวกันเป็นกลุ่มขนาดเล็ก และเรียงตัวกันใหม่ขนานไปตามแนวเดียวกัน ไม่แออัด มีระเบียบ นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่าแรงตึงผิว จึงลดลงจาก 75 Dynes มาเป็น 45 Dynes บางครั้งลงมาถึง 36 Dynes และยังทำให้เลือดไม่ข้นมากเกินไปด้วย

                การที่น้ำมีแรงตึงผิวต่ำ ทำให้สามารถละลายสารอาหารต่างๆได้ง่ายมากขึ้น (More Effective Solvent) พาไปให้เซลล์จนเพียงพอ ขณะเดียวกันของเสียในเซลล์ ก็สามารถละลายได้ง่ายในน้ำเช่นกัน และเอามาทิ้งนอกเซลล์ และถูกนำออกไปจากร่างกายได้โดยสะดวก เซลล์จึงแข็งแรงและมีภูมิต้านทานที่ดีขึ้น

                ดารที่พลังแม่เหล็ก (Magnetic Treatment Water) ซึ่งมีโครงสร้างขนาดเล็ก มีคุณสมบัติเข้าและออกเซลล์ค่อนข้างว่องไวอย่างนี้ ทำให้เมื่อดื่มน้ำ Magnetized Water จะแก้กระหายน้ำได้เร็วมาก

            การแตกตัวเป็นไอออน (Ion) ของโมเลกุลน้ำ (H2O)

            การแตกตัวเป็นไอออน (Ionization) ก็คือ การแยกออกไปหรือเพิ่มเข้ามาของอิเล็กตรอน โมเลกุลของน้ำ (H2O) เมื่อถูกกระเทือนด้วยความถี่ของคลื่นแม่เหล็ก (Electromagnetic Vibration) จะทำให้โมเลกุลของน้ำจำนวนหนึ่งแตกตัวเป็นไอออน (Ion) ประกอบด้วย ไฮโดรเจนไอออน (H+) ประจุบวก กับ ไฮครอกซิลไอออน (OH) ประจุล

                                                                                             H2O          H+ + OH

                ไฮโดรเจนไอออน (OH) บางส่วนจะไปรวมตัวกับกลุ่มเกลือแร่ เช่น แคลเชียม กลายเป็นแคลเซียมไบคาร์บอเนต (Calcium Bicarbonate) ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นด่าง (Alkaline) ทำให้น้ำมีค่า pH ประมาณ 7.6-8.5

                ไฮดรอกซินไอออน (OH) นี้ถ้า 2 ตัวรวมกันจะเกิดเป็นน้ำ (H2O) อีกครั้งกับออกซิเจนไอออน (O)

                                                                  OH + OH     H2O + O

            ออกซิเจนไอออน (O) นี้ จะมีอิเล็กตรอนประจุลบ ซึ่งทำหน้าที่หยุดวงจรอนุมูลอิสระ (Free Radical Cycle) คือ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) บางครั้งจะรวมตัวกันเองกลายเป็นก๊าซออกซิเจน (O2) ละลายอยู่ในน้ำโดยอยู่ในวงล้อม ของกลุ่มโมเลกุลโครงสร้างเล็ก (Microcluster) ดัก O2ไว้เหมือนใส่กรง (Cage) โดยมี Hydrogenbond (บางครั้งเรียก Hydrogen bridge) เป็นตัวช่วยกั้น ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งกับเซลล์ของร่างกาย

 

                น้ำที่ก๊าซออกซิเจนอัด เพื่อต้องการให้มีออกซิเจนละลายสูง หวังจะให้เป็นน้ำพลังชีวิต ตามความจริงแล้ว ออกซิเจนจะไม่อยู่ในน้ำโดยวิธีนี้ได้นานเกิน 30 นาที

                ไฮโดรเจนไอออน (H+) ซึ่งเป็นประจุบวก ถ้ารวมกัน 2 ตัวจะกลายเป็นก๊าซไฮโดรเจน (H2) ]ละลายในน้ำหรือระเหยออกไปและบางครั้งรวมกับออกซิเจน (O2) กลายเป็นน้ำ (H2O) ความเป็นกรดจึงถือว่าเป็นนัยสำคัญ

Visitors Counter

15454